ปฏิทินการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2563

ปฏิทินการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2563

ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้มีการแจ้งปฏิทินการรับนักเรียนเข้าเรียน ชั้น ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2563 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)
โดยจะเปิดรับสมัครในวันที่ 3-12 พ.ค.2563 ซึ่งหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จะมีกำหนดการของขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไป ดังนี้

ม.1 รับสมัคร วันที่ 3-12 พ.ค. 63
สอบคัดเลือก วันที่ 30 พ.ค. 63
ประกาศผล วันที่ 3 มิ.ย. 63
รับสมัครนักเรียนความสามารถพิเศษ (ถ้ามี) สอบวันที่ 20 พ.ค. 63
ประกาศผล วันที่ 24 พ.ค.63

เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี) สอบวันที่ 30 พ.ค. 63
ประกาศผล วันที่ 3 มิ.ย. 63
จับสลาก และประกาศผล วันที่ 5 มิ.ย.63
รายงานตัวพร้อมกันวันที่ 6-8 มิ.ย.63

ทั้งนี้นักเรียนที่ไม่มีที่เรียน ยื่นความจำนงวันที่ 5-9 มิ.ย.63
ประกาศผล วันที่ 12 มิ.ย. 63
รายงานตัวและมอบตัว วันที่ 14 มิ.ย.63

ชั้น ม.4 โรงเรียนที่เปิดสอน ม.ต้น และ ม.ปลาย รับนักเรียน ม.3 ที่จบจากโรงเรียนเดิม ขึ้น ม.4 ตามที่โรงเรียนกำหนด
สอบคัดเลือก วันที่ 31 พ.ค. 63
ประกาศผล วันที่ 4 มิ.ย. 63
ความสามารถพิเศษ สอบวันที่ 21 พ.ค.63
ประกาศผลวันที่ 25 พ.ค.63
เงื่อนไขพิเศษ สอบ วันที่ 31 พ.ค.63
ประกาศผลวันที่ 4 มิ.ย.63
รายงานตัวและมอบตัวพร้อมกัน วันที่ 9-11 มิ.ย.63

ส่วนโรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษ ได้แก่ โรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ ให้รับสมัครวันที่ 3 พ.ค. 63ถึงวันที่ 1 มิ.ย. 63
ประกาศผลวันที่ 6 มิ.ย. 63
รายงานตัวและมอบตัวตามที่โรงเรียนกำหนด

หากโรงเรียนใดที่มีนักเรียนมาสมัครเกินกว่าแผนการรับนักเรียนที่กำหนดไว้ ให้ สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) และ โรงเรียน ร่วมกันกำหนดแนวทางการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือก

สำหรับนักเรียนกลุ่มทั่วไปและวิธีการจับฉลากสำหรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ โดยทุกโรงเรียนต้องดำเนินการมอบตัวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มิ.ย.63 เพื่อให้เด็กที่สอบไม่ได้มีที่เรียนจึงต้องมีเวลาเตรียมการอย่างน้อย 15 วัน
เพื่อให้ทันการเปิดภาคเรียน ในวันที่ 1 ก.ค. 63
ทั้งนี้มีการทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในวันที่ 5 พ.ค.นี้

สำหรับแนวทางการรับสมัครของโรงเรียนมีดังนี้ ประกอบด้วย ระบบรับสมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ อีเมล์ของโรงเรียน ไปรษณีย์ กูเกิลฟอร์ม และไลน์ของโรงเรียน รวมถึงวิธีอื่นๆ
ทั้งนี้ในการจัดเตรียมห้องสอบกรณีใช้ห้องเรียนให้จัดห้องละไม่เกิน 20 คน เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1.5 เมตร

โดยไม่ควรจัดให้สอบในห้องปรับอากาศหรือห้องที่มีอากาศปิด ส่วนกรณีใช้อาคารอเนกประสงค์ในการจัดสอบให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1.5 เมตรเช่นกัน

นอกจากนี้ต้องจัดเตรียมห้องสอบสำรองกรณีผู้เข้าสอบอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยต้องเป็นห้องสอบที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศและไม่เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 2 เมตร รวมถึงจะต้องมีขั้นตอนการคัดกรองผู้เข้าสอบก่อนเข้าบริเวณสนามสอบ พร้อมจัดให้ผู้เข้าสอบพักคอยในจุดที่โรงเรียนกำหนดไว้ ซึ่งจะต้องมีการยืนยันตัวตนก่อนขึ้นห้องสอบ
และเมื่อนักเรียนสอบเสร็จแล้ว อนุญาตให้ออกจากห้องสอบได้ทีละห้องและต้องเว้นระยะห่างระหว่างการเดิน ตามนโยบายการเว้นระยะห่างภายใต้สถานการณ์โรคโควิด-19ด้วย

Related posts